หลังจากเป็นขวัญใจนักวิจารณ์มาแล้วหลายสำนัก ล่าสุด ได้เป็นพระเอกบนเวทีลูกโลกทองคำด้วยการคว้าถึง 4 รางวัล รวมรางวัลใหญ่อย่างบทภาพยนตร์ กำกับภาพยนตร์ และภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทดรามา

joker123

นาทีนี้ “เด็กสลัมเงินล้าน” ราศีจับมากขึ้นอีกโขจนอาจไปไกลถึงเส้นชัยออสการ์ แม้ว่าตัวหนังเองจะไม่ตรงกับ “ทาง” ของออสการ์นัก ถ้าเทียบกับหนังเต็งเรื่องอื่นอย่าง The Curious Case of Benjamin Button, Frost/Nixon และ Milk

Slumdog Millionaire เป็นผลงานกำกับฯของ แดนนี่ บอยล์ คนทำหนังชาวอังกฤษผู้สร้างชื่อจากเรื่อง Trainspotting (1996) ส่วนคอหนังบ้างเราจะรู้จักดีจากหนังฉาวเรื่อง The Beach (2000) และหนังซอมบี้เรื่อง 28 Days Later (2002) มีผู้กำกับฯร่วมเป็นชาวอินเดีย คือ โลเวลีน ทันดัน จากบทหนังของ ไซมอน โบฟอย ซึ่งดัดแปลงจากนิยายขายดีเรื่อง Q and A ของ วิกาส สวารัป นักการทูต-นักเขียนชาวอินเดีย

สล็อต

เนื้อหาในหนังไม่ยึดตามหนังสือโดยตรง แต่หลักๆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มจากสลัมในเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ผู้พิชิตเงินล้านในเกมโชว์ทางโทรทัศน์ Who Wants to Be a Millionaire? (หรือเกมเศรษฐีในฉบับไทย) แต่กลับถูกตำรวจจับไปเค้นความจริงโดยกล่าวหาว่าเขาโกงคำตอบ เรื่องราวที่เหลือเป็นการเล่าย้อนประวัติชีวิตอันโชกโชนของเด็กหนุ่ม เพื่อให้เห็นว่าเหตุใดเขาจึงรู้คำตอบของแต่ละคำถาม ตั้งแต่ข้อแรกจนถึงข้อสุดท้าย

หนังถ่ายทำในอินเดียตลอดทั้งเรื่อง ใช้นักแสดงชาวอินเดีย พูดภาษาฮินดีพอๆ กับภาษาอังกฤษ และมีกลิ่นอายแบบหนังบอลลีวู้ด เพราะเป็นโรแมนติค-ดรามาแนวชวนฝันที่อบอวลด้วยเพลงประกอบสไตล์ภารตะ

เห็นได้ว่ารูปร่างหน้าตาของ Slumdog Millionaire คือความโดดเด่นอันแตกต่างซึ่งเรียกความสนใจ-ความตื่นเต้นจากผู้ชมได้ไม่ยาก ผู้สร้างฉลาดพอที่ไม่โยกย้ายเรื่องราวต้นฉบับให้มาเกิดขึ้นในบ้านตนเองโดยเปลี่ยนมุมไบเป็นลอนดอน นิวยอร์ก หรือเมืองอื่นๆ และไม่เปลี่ยนตัวละครเป็นพวกตนเองอย่างที่หนังฮอลลีวู้ดชอบทำ

สำหรับผู้ชมในอังกฤษและสหรัฐซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้น Slumdog Millionaire จึงไม่ใช่ “ไพรัชภาพยนตร์” ที่เป็นเรื่องราวของชาวตะวันตกโดยมีฉากหลังในต่างประเทศเช่นที่เห็นกันเป็นประจำ หรือถ้าเจาะจงฉากหลังอินเดียก็มีอยู่มากมาย หากเป็นเรื่องของชาวอินเดียในอินเดีย และไม่มีชาวตะวันตกมาเกี่ยวข้อง

สล็อตออนไลน์

นอกจากผู้ชมจะได้ติดตามเรื่องราวของตัวละครชาวอินเดียประกอบฉากหลังอย่างทัชมาฮาลและมุมไบแล้ว หนังยังเต็มไปด้วยเรื่องราวและบรรยากาศเอ็กโซติกสร้างความตื่นตา-ประหลาดใจ สมทบด้วยวัฒนธรรมอินเดียผ่านเรื่องราวและบทเพลงประกอบมากมาย โดยผู้สร้างตั้งใจเลือกมืออาชีพจากบอลลีวู้ด (เอ.อาร์. ราห์มัน) ดูแลเรื่องดนตรีประกอบทั้งหมด

เรียกได้ว่าอะไรที่เป็นเปลือกนอกซึ่งใช้โชว์ความเป็นอินเดีย ผู้สร้างจะใช้บริการจากแหล่งโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ถ่ายทำ นักแสดง คนทำดนตรีประกอบ ขณะที่ทีมงานหลักและย่อยซึ่งอยู่เบื้องหลังยังเป็นชาวตะวันตก

jumboslot

องค์ประกอบงานสร้างดังกล่าวทำให้ Slumdog Millionaire ไม่ต่างจากหนังอินเดีย เพียงแต่คนสร้างเป็นฝรั่ง และมีกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นคือฝรั่งด้วยกันเองก่อนจะส่งต่อไปทั่วโลก

เป็นการสวมรอยวัฒนธรรมอย่างหนังบอลลีวู้ดให้กลายเป็นผลผลิตของชาวตะวันตกโดยตรง นอกจากจะกระตุ้นความสนใจ-ความตื่นเต้นแก่ชาวตะวันตกแล้ว ตลาดหนังบอลลีวู้ดซึ่งมีอยู่ทั่วโลกโดยเฉพาะแหล่งใหญ่ในสหรัฐและอังกฤษย่อมไม่ปฏิเสธหนังเรื่องนี้ ก่อนที่หนังจะเดินทางไปโกยเงินในอินเดียช่วงปลายเดือนมกราคม

ลักษณะคล้ายกับที่สตูดิโอโคลัมเบียและโซนี่เคยร่วมทุนให้ อั้งลี่ ทำหนังกำลังภายในแบบจีนแท้ๆ เรื่อง Crouching Tiger, Hidden Dragon จนได้เข้าชิงออสการ์ถึง 10 สาขา รวมทั้งสาขาหนังยอดเยี่ยมในปี 2001

ต่างกันตรงที่อั้งลี่เป็นคนจีนทำหนังจีน แต่บอยล์เป็นคนอังกฤษที่คิดทำหนังอินเดีย

แน่นอนว่าความสำเร็จของ Slumdog Millionaire ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความแปลกต่างที่ดึงดูดความสนใจ แต่หนังยังมีเนื้อหาที่โดดเด่นน่าติดตามประกอบกับฝีมือกำกับฯอันแม่นยำของบอยล์ ทำให้หนังเข้าไปอยู่ในใจผู้ชมในที่สุด

อย่างไรก็ตาม คงปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้า Slumdog Millionaire ไม่ใช่เรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มชาวอินเดียและใช้อินเดียเป็นฉากหลัง แต่เป็นเรื่องราวของเด็กฝรั่งคนหนึ่งประกอบฉากหลังอันคุ้นเคย จุดสนใจอาจจะมีไม่เทียบเท่าและเบี่ยงเบนไปคนละทาง

slot

หรือหาก Slumdog Millionaire เป็นหนังบอลลีวู้ดโดยผู้สร้างชาวอินเดียก็คงไม่สามารถเข้าถึงผู้ชมและก่อกระแสรุนแรงในวงกว้างได้เท่านี้

ใช่เพียงองค์ประกอบงานสร้างตามที่ได้กล่าวมาที่หนุนเสริมให้หนัง “เป็นอินเดีย” มากที่สุด บทหนังยังมีการปรับเปลี่ยนจากนิยายต้นฉบับโดยตัดทิ้งตัวละครพระคาทอลิกผู้เลี้ยงดูเด็กหนุ่มเมื่อยังเล็ก และตัวละครนายทหารชาวออสเตรเลียนซึ่งมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เด็กหนุ่มรู้คำตอบของคำถามข้อหนึ่ง เพื่อให้เหลือเฉพาะตัวละครและเรื่องราวในแบบอินเดียจากฝั่งโลกตะวันออกล้วนๆ

ตรงเนื้อหาเกี่ยวกับศาสนานี่เองมีประเด็นชวนคิดว่าเหตุใดผู้สร้างจึงปรับพื้นหลังของตัวละครให้เป็นเด็กหนุ่มชาวมุสลิมโดยตั้งชื่อว่า จามาล มาลิค แทนเด็กกำพร้าไม่รู้กำพืดเนื่องจากถูกทอดทิ้งกระทั่งพระที่เก็บมาเลี้ยงต้องตั้งชื่อเป็นกลางๆ ว่า ราม โมฮัมเหม็ด โธมัส ซึ่งรวมชื่อทางศาสนาฮินดู อิสลาม และคริสต์ ไว้ด้วยกัน

นอกจากนี้ หนังยังใส่เหตุการณ์ความรุนแรงซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตเมื่อกลุ่มชนชาวฮินดูบุกทำลายบ้านเรือนและฆ่าชาวมุสลิมจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในเหยื่อของเหตุการณ์นี้คือแม่ของจามาล

เหตุผลเรื่องการกลบเกลื่อนคติโลกตะวันตกที่คุ้นเคยให้เหลือแต่โลกตะวันออกอาจจะเป็นเหตุให้ตัวละครเอกไม่ใช่เด็กกำพร้าที่ถูกพระคาทอลิกเก็บมาเลี้ยงอย่างในต้นฉบับ แต่ทำไมเขาต้องกลายเป็นมุสลิมแทนที่จะเป็นชาวฮินดูซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ของอินเดีย

ทั้งพื้นหลังชาวมุสลิมและเหตุการณ์ความขัดแย้งทางศาสนาเป็นการเล่นกับกระแสโลกปัจจุบันของผู้สร้างหรือเปล่า…ไม่มีคำตอบสุดท้ายให้เฉลยว่าถูกหรือผิด

แต่เพราะพื้นหลังชาวมุสลิมซึ่งปรับเปลี่ยนเข้ามานี่เองกลายเป็นช่องโหว่ที่ผู้สร้างมองข้าม เมื่อถึงฉากที่สองพี่น้องจามาลกับซาลิมเดินทางมาถึงทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานอันน่าภาคภูมิใจของชาวมุสลิมอินเดีย พวกเขาตกตะลึงในความงามและความยิ่งใหญ่ แต่กลับไม่รู้ว่าสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคืออะไร

สองพี่น้องชาวมุสลิมผู้ปลาบปลื้ม อามิตาบห์ บาจจาน พระเอกชาวฮินดู และรู้จักวรรณกรรมฝรั่งเศสเรื่อง “สามทหารเสือ” แต่กลับไม่รู้จักอัญมณีแห่งศิลปะมุสลิมอย่างทัชมาฮาล

หรือตัวละครเติบโตขึ้นแบบไร้ราก ไม่ต่างจากหนังอินเดียเรื่องนี้ที่ถูกสวมรอยทางวัฒนธรรมโดยชาวตะวันตก

Tagged: ,

Written by capconline